โรคหัวใจ ความเสี่ยง...ที่เลี่ยงได้
!!
โรคหัวใจคืออะไร ?
โรคหัวใจเกิดจากความผิดปกติ ด้านการทำงานของหัวใจ และส่งผลเสียกับร่างกาย ซึ่งโรคหัวใจแบ่งออกได้เป็นหลายกลุ่ม เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหัวใจผิดปกติตั้งแต่กำเนิด
อาการที่บ่งบอกว่าเป็นโรคหัวใจ
โดยปกติแล้ว อาการโรคหัวใจขึ้นอยู่กับชนิดของโรคหัวใจที่ผู้ป่วยเสี่ยงจะเป็น แต่โดยส่วนใหญ่จะมาอาการที่จะช่วยให้เราสังเกตตัวเองได้ หลักๆ อยู่ 5 อาการ ได้แก่...
แน่นหน้าอก เจ็บหรือจุกหน้าอก
มีอาการเหนื่อยหอบ
อาการบวม เช่น ขาบวม เท้าบวม
ใจสั่น ใจหวิว
มีอาการวูบ เป็นลมหมดสติ
สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ
สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ จะมีหลายสาเหตุ โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่...
กลุ่มที่ 1 สาเหตุที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น...
ความผิดปกติของหัวใจตั้งแต่กำเนิด กรรมพันธุ์ ซึ่งหากพบว่าสมาชิกภายในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นโรคหัวใจ ก็จะเพิ่มอัตราเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไปเช่นกัน
อายุที่มากขึ้น ส่งผลทำให้อวัยวะภายใน อย่างหัวใจเกิดความเสื่อมลง
เพศ พบว่า ผู้ชายมักมีอัตราการเกิดโรคหัวใจสูงกว่าผู้หญิง
กลุ่มที่ 2 สาเหตุที่สามารถควบคุมได้ เช่น...
โรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดัน ไขมันในเลือดสูง ซึ่งหากผู้ป่วยในกลุ่มโรคประจำตัวเหล่านี้ สามารถควบคุมระดับความปกติได้ ก็จะช่วยทำให้การเกิดโรคหัวใจน้อยลงได้
ยา สารเคมี เช่น เหล้า บุหรี่ ยาเสพติด ยาคีโม หรือแม้กระทั่ง กลุ่มยาลดน้ำหนักหรือความอ้วน
การติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย ไวรัส ซึ่งการติดเชื้อเหล่านี้อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อที่หัวใจ และส่งผลทำให้เกิดโรคหัวใจได้ในที่สุด
การวินิจฉัย ตรวจหาโรคหัวใจ สามารถทำได้โดยวิธีใดบ้าง
?
ซักประวัติ และตรวจร่างกาย เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวินิจฉัยโรค
การตรวจคลื่นหัวใจ
การอัลตราซาวน์หัวใจ เพื่อดูเรื่องโครงสร้าง และการทำงานของหัวใจ การบีบตัว และลิ้นหัวใจ
การตรวจสมรรถภาพในการเดินสายพาน เพื่อดูว่ามีอาการเส้นเลือดหัวใจตีบหรือไม่
การ X-Ray คอมพิวเตอร์ หรือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
การสวนหัวใจ เพื่อเป็นการดูว่าเส้นเลือดในหัวใจมีปัญหาด้านใดบ้าง
โดยการวินิจฉัยข้างต้นนี้ จะนำไปสู่การค้นหาว่าผู้ป่วยกำลังเป็นเผชิญกับปัญหาโรคหัวใจด้านใด และเป็นประเภทใด
รูปแบบการรักษาโรคหัวใจ
รูปแบบและวิธีการรักษาโรคหัวใจนั้น จะแตกต่างออกไปตามประเภทของโรคหัวใจที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ รวมถึงข้อจำกัด และดุลยพินิจของแพทย์ แต่โดยทั่วไปมักจะใช้วิธีการรักษา ดังนี้...
การรักษาด้วยการใช้ยา
สวนหัวใจ เพื่อทำบอลลูน ขยายหลอดเลือด
ฝังเครื่อง ในกรณีหัวใจเต้นผิดจังหวะ
การจี้หัวใจ ด้วยเทคโนโลยี EPS 2D หรือ 3D เพื่อรักษาอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ
การผ่าตัด
ทั้งนี้ไม่ว่าจะใช้การรักษาแบบใด แต่สุดท้ายแล้ว ขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กัน จะหนีไม่พ้นเรื่องการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดความเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำได้
บทความ โดย นพ. ไพบูลย์ เชี่ยวชาญธนกิจ
แพทย์ด้านโรคหัวใจ
< กลับ
แชร์ไปยัง :
" patRangsit คุณภาพ มาตรฐานสากล "
×
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เพื่อการนำเสนอเนื้อหาที่ดี รวมถึงการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากคุณใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆนั้น แสดงว่าคุณยอมรับนโยบายคุกกี้และนโยบายส่วนบุคคลของเรา
ยอมรับ
เรียนรู้เพิ่มเติม